Knowlegde of GU

Knowlegde of GU

ขั้วหลอดไฟมีมากมายหลายแบบ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักขั้วแบบเขียวกันค่ะ ขั้วแบบเขี้ยวที่นิยมใช้กันมีอยู่ 3 แบบ คือ 

ขั้ว GU 5.3 นิยมใช้กับหลอดฮาโลเจนแบบถ้วย และ หลอดฮาโลเจนแบบแคปซูล ลักษณะของขั้วจะเป็นเหล็กแหลมสั้นๆ 2 แท่งตรงขั้วหลอด และเลข 5.3 คือระยะห่างของเหล็กทั้ง 2 แท่ง หน่วยเป็นมิลลิเมตร

ขั้ว GU 5.3 ,GU10 และ GU13 ค่ะ 

GU10 ชื่อขั้วของหลอดไฟที่ชื่อว่า “ขั้ว GU10” หรืออีกชื่อเรียกว่า “ขั้วขาสตาร์ทเตอร์” เพราะมีลักษณะคล้ายกับขั้วของขาสตาร์ทเตอร์ สามารถบิดล็อคได้ พบได้มากในหลอดฮาโลเจนแบบถ้วย MR16  ปัจจุบันนิยมผลิตหลอดไฟแบบ LED เป็นขั้วแบบ GU10 ด้วยเช่นกัน ขั้วแบบ GU10 ไม่ต้องใช้หม้อแปลงไฟเพราะมีหม้อแปลงในตัวขนาดเล็ก สามารถต่อใช้ได้เลย

ขั้ว GU13 ก็คือขั้วหลอดไฟนีออนนั้นเอง โดยจะนำมาใช้กับหลอดนีออน T8 (ฟลูออเรสเซนต์) ขนาดวัตต์ 18w (หลอดสั้น) และ 36w (หลอดยาว) ซึ่งหลอดนีออนเดิมนั้นต้องใช้ควบคู่กับ บัลลาสต์ และ สตาร์ทเตอร์ เพื่อทำให้หลอดติด หรือ ใช้กับ บัลลาสต์อิเล็คทรอนิกส์อย่างเดียวก็ได้เหมือนกัน และปัจจุบันหลอดแอลอีดีได้มีการผลิตขึ้นเพื่อใช้แทนหลอดนีออนเดิมแล้ว โดยมีชื่อเรียกว่าหลอด LED TUBE ซึ่งช่วยให้ประหยัดไฟลงได้มากเลยทีเดียว ติดตั้งก็ง่าย ไม่ต้องใช้ บัลลาสต์ และ สตาร์ทเตอร์ ให้ความสว่างมากกว่า และความร้อนต่ำกว่าอีกด้วย



cr.https://www.apelectric2005.com

How to choose the right pendent?

How to choose the right pendent?

สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินจะมาแนะนำทริคเล็กๆน้อยๆในการเลือกโคมไฟตกแต่งบ้านชนิดแบบติดห้อยเพดานกันนะคะ ลูกเพจสามารถนำไปปรับใช้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละท่านได้เลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 1 ทราบถึงประเภทของโคมไฟห้อยเพดาน (Pendant Light)

เริ่มต้นด้วยประเภทของไฟห้อยเพดานต่างๆ จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจในการเลือกใช้โคมไฟให้เข้ากับแต่ละพื้นที่ได้ง่ายขึ้น และเพื่อได้ตำแหน่งที่ดีที่สุด คุณจึงจำเป็นที่ต้องรู้ว่าโคมไฟห้อนเพดานแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

1.1 Multi-Arm Pendant Lights คล้ายโคมไฟระย้า โคมไฟห้อยเพดานแบบหลายแขนเหมาะสำหรับติดตั้งบนโต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือโต๊ะกลม 

1.2 Linear Pendant Lights โคมไฟแบบเส้นตรงให้การใช้งานสูง รูปทรงเพรียวบางทำให้เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นอย่างมาก

1.3 Shades Pendant Lights จะควบคุมทิศทางการแพร่กระจายของสีและแสง

ขั้นตอนที่ 2 พิจารณาความสูงของเพดานและโคม

ข้อควรพิจารณาความสูงของเพดานและโคมไฟ ห้องนั่งเล่น, ห้องนอน, หรือห้องโถงเปิดโล่งแนะนำให้ติดตั้งที่ระยะจากฐานโคมไฟถึงพื้นอยู่ที่ 2.1 เมตร  ห้องอาหารหรือบาร์ควรสูงจากพื้นประมาณ 70-80 เซนติเมตร ห้องน้ำ – ให้ติดตั้งโคมไฟแขวนเพดานในระดับความสูง 2.4 เมตรเหนืออ่างอาบน้ำขึ้นไป นับจากบริเวณขอบอ่างและฐานของโคมไฟ

ขั้นตอนที่ 3 พิจารณารูปร่างและขนาดของโต๊ะ

Multi-light pendant lights หรือ linear lights เหมาะกับโต๊ะรูปไข่หรือสี่เหลี่ยมยาว สำหรับโต๊ะกลมหรือสี่เหลี่ยมควรมีโคมระย้าหรือแบบโคมไฟห้อยแบบเดี่ยววางไว้ตรงกลางเพื่อให้ดูสวยงาม

ขั้นตอนที่ 4 เลือกขนาดที่เหมาะสม

การเลือกโคมไฟควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่และโต๊ะด้วย ไม่ควรมีขนาดใหญ่หรือเล็กมากเกินไป ต้องคำนึงถึงสัดส่วนของโต๊ะหรือพื้นที่ ที่ต้องการใช้งานและขนาดของโคมไฟ

ขั้นตอนที่ 5 เลือกโคมไฟห้อยเพดานแบบที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

หากว่าปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำความสะอาดจะทำให้โคมไฟของคุณดูหม่นหมองไม่สวยงาม  ดังนั้นแนะนำว่าเราควรเลือกโคมไฟแบบที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย สามารถทำได้เอง เพื่อความสวยงามอยู่ตลอด

มาทำให้บ้านของคุณดูน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งโคมไฟห้อยเพดานให้เข้ากับตำแหน่งหรือที่ตั้ง และขนาดโคมไฟที่เหมาะสมสำหรับบ้านของคุณ จะช่วยสร้างบรรยากาศให้สถานที่ชวนดูสวยงาม เพลิดเพลินตา

————————

ข้อมูลความรู้ Cr. https://www.architecturelab.net

——————

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
Inbox FB : m.me/lumencraftTH
——————-
Line : @lumencraft (มี@ค่ะ)
——————-
Tel. : 02-719-7738-9

What color LED should I buy?

What color LED should I buy?

เคยไหมหลอดไฟมีหลากหลายโทนสีเหลือเกิน จะเลือกใช้ทีก็งงไปหมดว่าจะเลือกโทนไหน สีไหนดี วันนี้เรามาดูเบื้องต้นกันดีกว่าค่ะว่าการเลือกโทนสีไหนที่จะตอบโจทย์และเหมาะสมการใช้งานของคุณมากที่สุด เพราะการติดตั้งตามอุณหภูมิสีแตกต่างกันไป จะทำให้บรรยากาศในห้องหรือสถานที่ต่างๆมีบรรยากาศที่แตกต่างกันไป

สีแบบวอร์มไวท์ ( Warm White) โทนสีตั้งแต่ 2700k – 3000k (K=Kelvin หน่วยอุณหภูมิของแสง)  เหมาะสำหรับการตกแต่งสร้างบรรยากาศมากกว่าการให้ความสว่างเพื่อความชัดเจน แสงแบบ ww จะให้ความรู้สึก อบอุ่น นุ่มนวล โรแมนติกและดูผ่อนคลาย  หากใช้ภายในบ้านจะนิยมใช้ภายในห้องนอน ห้องพระ ห้องนั่งเล่น แม้แต่โรงแรมหรือสปาส่วนใหญ่ก็จะใช้โทนสีแบบวอร์มไวท์เพื่อที่จะเน้นบรรยากาศให้ดูอบอุ่น ผ่อนคลายดูเป็นส่วนตัว เพิ่มความมีมิติให้กับสถานที่นั้นๆ  

สีแบบคูล ไวท์ ( Cool  White) โทนสีตั้งแต่ 3500k – 4100k  (K=Kelvin หน่วยอุณหภูมิของแสง) เป็นโทนสีอยู่กึ่งกลางระหว่างวอร์มไวท์และเดย์ไลท์ ไม่ส้มหรือฟ้าไป เป็นแสงที่ช่วยให้มองเห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้นกว่าสีวอร์มไวท์  ส่วนใหญ่แล้วมักถูกใช้ในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตบางมุมที่ต้องการเน้นให้สีสันของอาหารให้ดูน่ากินก็จะใช้แสงโทนนี้ได้ด้วยเช่นกัน เพราะมีสีส้มอมกำลังดี ช่วยให้สีสันของสินค้าดูสดใสกว่าความเป็นจริง จึงช่วยส่งเสริมกิจกรรมในการจับจ่ายและเลือกซื้อสินค้าทำให้การตัดสินใจของลูกค้าง่ายมากขึ้น

สีแบบเดย์ไลท์ ( Day Light) โทนสีตั้งแต่ 5000k – 6500k  (K=Kelvin หน่วยอุณหภูมิของแสง) เป็นโทนสีที่สว่างที่สุด ทำให้มองเห็นชัดเจน  สามารถใช้ได้กับทุกที่ที่ต้องการความสว่างสดใส ต้องการมองเห็นชัดเจน โดยโทนสีแบบเดย์ไลท์จะช่วยกระตุ้นร่างกายให้กระปรี้กระเปร่า สดชื่นอีกด้วย 

นี่เป็นเพียงการเลือกสีแบบพื้นฐานเบื้องต้น สามารถนำไปปรับใช้ได้อีกหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าเราต้องการแบบไหน สามารถนำมา Mix and match! ให้สวยงามและเหมาะสมให้ตรงกับความต้องการได้

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลความรู้จาก 

Cr.

http://community.akanek.com/th
https://www.loungelovers.com/blogs/news/article-97
https://crystalsymphonylighting.com
https://www.loungelovers.com
https://klangwatsadusattahip.com
http://community.akanek.com/th
Compare